คุณสมบัติของ HDPE
ReadyPlanet.com
dot


  [Help]
dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
dot
dot

dot


สายแลน
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
สายไฟ


คุณสมบัติของ HDPE

 คุณสมบัติ  ท่อ HDPE

 

       

 

 

 

 

ท่อ HDPE ถูกใช้มานานกว่า 50 ปี และจากงานหรือโครงการที่ผ่านมาหลายๆ โครงการจะเห็นได้ว่าท่อ HDPE มีข้อดีและมีการใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในสภาพ หรือสถานการณ์ที่ท่อชนิดอื่นๆ ไม่สามารถที่จะใช้ได้และวัสดุ HDPE ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับท่อ HDPEหลายคนคงสงสัยว่าทำไมต้องทำความรู้จัก ที่อยากให้รู้จักเพราะว่า ท่อ HDPEนั้นอยู่รอบๆตัวเรา เพราะในงานช่างประปานั้นมักใช้ท่อชนิดนี้ และ แน่นอนว่าทุกๆคนที่มีที่อยู่อาศัยในแบบต่างๆ ต้องมีสักครั้งที่จะใช้บริการช่างประปาและต้องรู้ว่าช่างนั้นใช้ท่ออะไรในการเดินท่อประปาให้บ้านเรา
                แม้ว่าตามบ้านเรือนทั่วไปนั้นจะไม่นิยมใช้ท่อ HDPE หรือ PE แต่สำหรับการวางระบบท่อประปาหลักนั้นจะใช้ท่อนี้ หรือ ในโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เลือกที่จะใช้ท่อชนิดนี้เพราะ สามารถโค้งงอได้ มีความยืดหยุ่น คงทน ซึ่งหากใครเคยเห็นในบริเวณที่มีการขุดท่อประปาลองสังเกตุดูให้ดี ท่อที่มีลักษณะสีดำๆ ที่ต่อจากบ้านเรือนออกมายังท่อประปาที่ใต้ดินนั่นแหละ คือท่อ HDPEมองเผินๆจะเหมือนกับท่อร้อยสายไฟ แต่มันคือท่อส่งน้ำประปาจากเมนหลักเข้าสู่บ้านเรานั่นเอง เพราะด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาคือ ทนทาน เหนียว    ยืดหยุ่นได้ ไม่มีสารพิษจากวัสดุที่ผลิต ทำให้สามารถนำน้ำที่ออกจากท่อนี้มาดื่มได้โดยตรง แต่ ที่ไม่นิยมใช้ตามบ้านเรือนเพราะมีราคาแพงกว่า และ หากติดตั้งให้ถูกแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะเสือมสภาพได้เร็วจึงไม่นิยมใช้กันนั่นเอง 

1. คุณสมบัติทั่วไป

ท่อพีอีจะผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO 9001 : 2000 ท่อพีอีต้องออกแบบให้สามารถ

ทนความดันใช้งนได้ไม่น้อยกว่า  10 กก./ซม.ที่อุณหภูมิ  20  องศาเซลเซียส  ที่อายุการใช้งาน

 50  ปี  ผลิตจากพลาสติกชนิด High Density Polyethylene  ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน

ISO/TR 9080  หรือเทียบเท่า โดยได้รับใบรับรองจากผู้ผลิตเม็ดพลาสติกว่าเป็นเม็ดที่ได้ตาม

มาตรฐานดังกล่าวและมีหลักฐานว่าเม็ดพลาสติกดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันที่

น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

              ขนาดและมิติของท่อพีอีเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.  982-2548  หรือเทียบเท่า

               ท่อ พี.อี.  ต้องเป็นปลายเรียบ ( plain )

               ท่อ พี.อี. มีความยาวท่อนละ 6.00 เมตร  หรือ 12.00 เมตร

               ท่อ พี.อี. มีความหนาสม่ำเสมอ ผนังภายในและภายนอกเรียบ  และไม่มีตำหนิที่

              จะเป็นผลเสียในการใช้งาน  ปลายทั้งสองข้างมีหน้าตัดเรียบและตั้งฉากกับแนวแกนท่อ

 

2. วัตถุดิบ ( Raw Materials )

            วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตท่อต้องประกอบด้วยสาร High Density  Polyetylene

อาจเติมสารอื่นๆ ( Additives ) ที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตท่อและต้องมี carbon black

 ในปริมาณ 2.5+0.5 % โดยน้ำหนัก  นอกจากนี้วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตท่อ ต้องมีเอกสาร

รับรองคุณภาพเม็ดพลาสติกจากบริษัทที่ผลิตเม็ดพลาสติกว่ามี  Minimum Required

 Strength  ไม่น้อยกว่า 10.0  เมกะพาสคัล (  PE 100 )ที่ 20 องศาเซลเซียส  50  ปี

 

 

3. อุปกรณ์ท่อ ( Fittings )

               อุปกรณ์ท่อ พี อี  จะผลิตด้วยวิธีการเชื่อมต่อแบบ  Butt  Fusion  อุปกรณ์ท่อ พี อี

 เช่นข้อโค้ง สามทาง ข้อลด ฯลฯ  จะผลิตจากวัสดุที่มีคุณสมบัติ เช่นเดียวกับท่อ พีอี และ

ผลิตจากโรงงานเดียวกับผู้ผลิตท่อ พีอี ความหนาผนังอุปกรณ์ท่อ จะต้องไม่น้อยกว่า

ความหนาขอบผนังท่อ พีอีขนาดเดียวกัน สำหรับ Stub End ต้องผลิตจากท่อหนาแล้ว

นำไปกลึงขึ้นรูปให้ได้มิิติมาตรฐาน หรือใช้การหล่อโดยวิธี  Compression Mold

แล้วจึงนำมากลึงขึ้นรูป

 

 

4. ขนาดและมิติ ( Dimension )

                 ขนาด  มิติ  และเกณฑ์ควาามคลาดเคลื่อนของท่อปลายเรียบ  ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

 มอก. 982- 2548  หรือเทียบเท่าตามตารางข้างล่างนี้

 

 

ชื่อขนาด

เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเฉลี่ย

ความหนาผนังท่อ (มม.)

(มม.)

(มม.)

PN 10

32

32

2.0

40

40

2.4

50

50

3.0

63

63

3.8

75

75

4.5

90

90

5.4

110

110

6.6

125

125

7.4

140

140

8.3

160

160

9.5

180

180

10.7

200

200

11.9

225

225

13.4

250

250

14.8

280

280

16.6

315

315

18.7

355

355

21.1

400

400

23.7

450

450

26.7

500

500

29.7

560

560

33.2

630

630

37.4

710

710

42.1

800

800

47.4

900

900

53.3

1000

1000

59.3

 

 

5.  การเชื่อมต่อท่อ  ( Welding )

                        การเชื่อมต่อท่อด้วยวิธี  Butt  Fusion Welding  หรืออาจเป็นแบบต่อเชื่อม

แบบหน้าจานโดยใช้ Stubend  และ  Backing  ring  ตามแต่จะกำหนดไว้ในแบบแปลน

การวางท่อ  ( Construction  Drawing )การเชื่อมท่อดังกล่าวนั้น   ผู้เชื่อมท่อต้องรับ

ประกันรอยเชื่อม เป็นระยะเวลา  2  ปี  โดยผู้เชืื่อมท่อต้องเป็นผู้ผลิตท่อหรือผู้ที่ได้ผ่าน

การรับรอง จากบริษัทผู้ผลิตท่อ

 

 

6. คุณสมบัติของผู้ผลิตท่อ

                           บริษัทผู้ผลิตท่อต้องมีประสบการณ์ในการวางท่อขนาดไม่ต่ำกว่า  500  มม.  

ความยาวไม่น้อยกว่า  20  กิโลเมตร  ภายในระยะเวลาไม่เกิน  3  ปี  โดยเป็นโครงการของ

หน่วยงานราชการและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ  ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ  เพื่อแสดง

ให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่า  ท่อตามมาตรฐานดังกล่าวได้มีการใช้งานจริง  และแสดงถึงความมีมาตรฐาน

 และความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิต

 

7.  การรับรองคุณภาพ

                         ท่อที่ได้รับการรับรองคุณภาพท่อมาตรฐาน  มอก. 982-2548  หรือเทียบเท่าจะต้อง

ผ่านการตรวจสอบและได้รับใบรับรองคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตอุตสาหกรรม

โดยคณะกรรมการตรวจสอบต้องมีการไปตรวจสอบท่อที่โรงงานจริง  บริษัทผู้ผลิตท่อต้องมี

อุปกรณ์ในการทดสอบแรงดัน  โดยจะต้องแสดงการตรวจสอบคุณภาพการทดสอบแรงดันที่

 80  องศาเซลเซียส  ระยะเวลา  165  ชั่วโมง

 

 

8.  การทดสอบรอยเชื่อม

                         การทดสอบรอยเชื่อมของท่อพีอี  โดยการทดสอบแรงดันน้ำตามมาตรฐานการ

ประปาส่วนภูมิภาค

 

9. เครื่องมือการผลิต   Fitting

                          บริษัทผู้ผลิตท่อต้องมมีเครื่องมือการผลิต  Fitting  ขนาด  110-1200 มม.  

อยู่ทีึ่โรงงาน เพื่อผลิต Fitting  เช่น  โต๊ะเชื่อม  เครื่องกลึึง  และสามารถตรวจสอบ

ได้จริงที่โรงงาน

 

 

10.  การทำเครื่องหมาย

                       ท่อพีอีจะต้องมีเครื่องหมายแสดงสินค้าอย่างชัดเจนบนผิวภายนอกท่อ  ทุกๆระยะ

ไม่น้อยกว่า1  เมตร  โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้

                       - ชื่อบริษัทอักษรย่อของผู้ผลิตหรือเครื่องหมายการค้า

                       - ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อ x  ความหนา

                       - ชั้นแรงดัน

                       - ชนิดวัตถุดิบที่ใช้

                       - หมายเลขมาตรฐานที่ใช้ในการผลิตท่อ

                       - หมายเลขรุ่นการผลิต

 

 

11.  การติดตั้ง

               พื้นรองท่อ

                          พื้นรองท่อต้องปราศจากหินหรือวัสดุมีคมปูเต็มความกว้างร่องดิน  ควรมีึความหนา

ประมาณ  10-15   ซม.  พร้อมบดอัดแน่น  และมีควากว้างมากกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางภายใน

ท่อไม่น้อยกว่าข้างละ  20  ซม ขึ้นกับขนาดท่อและความสามารถในการบดอัด  หากพื้อรองท่อ

เป็นดินอ่อนมากควรใช้  Geotextile  วางใต้ร่องดิน

             Primary  Backfill

                        ควรใช้ทรายหรือวัสดุที่เหมาะสมที่กำหนดโดยผู้ออกแบบ  ให้มีความกว้างเต็มแนว

ร่องวางท่อ การบดอัดแต่ละชั้นควรมีความหนา  ชั้นละ  15-30  ซม.  การบออัดควรบดอัดให้ได้

มากกว่า  95 %  proctor  ชั้นบนสุดควรกลบให้สูงกว่าหลังทอ่ประมาณ   30  ซม.  แต่จะต้อง

ไม่บดอัดบริเวณที่ตรงกันกับท่อ  และควรกลบให้สูงกว่าหลังท่อไม้ต่ำกว่า 50-80 ซม.  หากจะ

ต้องใช้เครื่องจักรบดอัดลงบริเวณที่ตรงกันกับท่อเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวท่อ

          Final  Backfill

                      สามารถใช้วัสดุดินเดิมที่ปราศจากหินหรือของมีคมกลบหลังท่อได้  แต่หากเป็นการ

วางท่อใต้ถนนให้ใช้ทรายกลบเท่านั้น โดยบดอัดเป็นชั้นๆตามที่กำหนดโดยผู้ออกแบบหรือตาม

แบบมาตรฐานการวางท่อ  การบดอัดควรบดอัดให้ได้มากกว่า  90  % proctor  

 

 

 

 

 




ระบบท่อ HDPE

ระบบท่อ HDPE รับแรงดัน
ระบบท่อ HDPE ไม่รับแรงดัน
ระบบท่อ HDPE งานสะพานแขวน
ระบบท่อ HDPE งานบ่อพักน้ำ
ระบบท่อ HDPE งานปรับปรุงท่อเก่า
เครื่องเชื่อมท่อ HDPE
การเปรียบเทียบท่อ HDPE กับท่ออื่นๆ
การเชื่อมท่อ HDPE
การติดตั้งท่อ HDPE
การคำนวนทางชลศาสตร์ ของท่อ HDPE